# การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงเข้า/ออกประเทศไทย 2026

Source: https://siamflights.com/pet-travel-thailand-dld-permits-2026/
Last updated: 2026-06-03
Tags: pet-travel, dld-permits, สัตว์เลี้ยง, การส่งออกสัตว์, cluster-c

> คู่มือ 2026 สำหรับการเดินทางพร้อมสุนัข/แมวเข้าและออกประเทศไทย: ใบอนุญาตกรมปศุสัตว์ (DLD/PVSA), microchip ISO, วัคซีนพิษสุนัขบ้า, ระเบียบ EU TRACES

## ราคาเท่าไร — การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงเข้า/ออกประเทศไทย 2026: ใบอนุญาต DLD, กฎ EU/USA/ญี่ปุ่น/ออสเตรเลีย และนโยบายสายการบิน?

*เผยแพร่ 22 พฤษภาคม 2026 · อัปเดตล่าสุด 22 พฤษภาคม 2026 · อ่าน 13 นาที*

> **TL;DR:** การเดินทางพร้อมสุนัขหรือแมวจากประเทศไทยต้องการ **(1)** Microchip ISO 11784/11785 สำหรับ EU/UK/AU/NZ, **(2)** วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ใช้ได้อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง, **(3)** **Certificate of Veterinary Inspection (CVI) จากกรมปศุสัตว์ (DLD)**, **(4)** สำหรับ EU/UK ใช้ TRACES endoso, **(5)** กระเป๋าใส่ IATA-approved, **(6)** สำรองที่นั่งสัตว์เลี้ยงกับสายการบิน (จำกัด) ค่าใช้จ่ายรวม 8,000-95,000 บาท Thai Airways เป็นทางเลือกหลัก; ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ต้องการกักกัน 10-30 วัน + ตรวจไตเตอร์

## อย่างไร — สารบัญ?

1. [กรมปศุสัตว์ (DLD): หน่วยงานหลัก](#dld)
2. [Certificate of Veterinary Inspection (CVI)](#cvi)
3. [Microchip ISO + วัคซีนพิษสุนัขบ้า](#microchip)
4. [จุดหมาย EU/UK: TRACES + Echinococcus](#eu-uk)
5. [จุดหมายสหรัฐ: USDA APHIS](#usa)
6. [จุดหมายญี่ปุ่น: AQS quarantine](#japan)
7. [จุดหมายออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์: กักกัน](#aunz)
8. [การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทย](#import)
9. [กระเป๋า IATA + นโยบายสายการบิน](#carriers)
10. [ปฏิทินที่เหมาะสมในการเดินทาง](#calendar)
11. [คำถามที่พบบ่อย](#faq)
12. [แหล่งข้อมูลทางการ](#sources)

## ทำไม — กรมปศุสัตว์ (DLD): หน่วยงานหลัก {#dld}?

**กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development, DLD)** ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตและเอกสารทั้งหมดสำหรับการส่งออกและนำเข้าสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

**บริการที่เกี่ยวข้อง:**
- สำนักควบคุม กักกันและตรวจสอบโรคสัตว์ระหว่างประเทศ
- สำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด (ทั่วประเทศ)
- ด่านตรวจสัตว์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) + ดอนเมือง (DMK) + เชียงใหม่ (CNX) + ภูเก็ต (HKT) + อู่ตะเภา (UTP)

**บริการสำคัญ:**
- ออก Certificate of Veterinary Inspection สำหรับการส่งออก
- ออกใบอนุญาตนำเข้าและตรวจสัตว์ที่นำเข้า
- กักกันสัตว์ที่ไม่ตรงตามเงื่อนไข
- ตรวจสอบเชิงรุกสำหรับโรคต่างประเทศ

## ราคาเท่าไร — Certificate of Veterinary Inspection (CVI) {#cvi}?

**Certificate of Veterinary Inspection (CVI for Export)** เป็นเอกสารหลักที่ DLD ออกให้เพื่อให้สัตว์เลี้ยงสามารถออกจากประเทศไทยได้

**เนื้อหา:**
- ข้อมูลสัตว์ (สายพันธุ์, อายุ, เพศ, น้ำหนัก, สี)
- หมายเลข microchip
- ประวัติการฉีดวัคซีน (พิษสุนัขบ้า, polyvalent, อื่นๆ)
- ผลการตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์
- ใบรับรองความปลอดสารจากโรคแพร่กระจาย
- ข้อมูลผู้ส่งออก (ชื่อ, เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่)
- ข้อมูลผู้รับ (ในประเทศปลายทาง)

**ระยะเวลา:** ใช้ได้ 10-15 วันนับจากวันที่ออก (ต้องเดินทางภายในช่วงนี้)

**ขั้นตอน:**

1. **2-3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง:** นัดสัตวแพทย์เอกชน (ตามคลินิก) เพื่อทำเอกสารเตรียม + ตรวจสุขภาพเริ่มต้น
2. **10-15 วันก่อนวันเดินทาง:** ไปสำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด (หรือสำนักควบคุมและกักกัน BKK/DMK) พร้อมเอกสาร + สัตว์เลี้ยง
3. ตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ DLD
4. ออกใบ CVI + ค่าธรรมเนียมราชการ (ฟรี)
5. สำหรับ EU/UK: ขอ TRACES endoso เพิ่มเติม (DLD ทำได้)

**ค่าใช้จ่าย:**
- ค่าธรรมเนียม CVI: ฟรี (ตามกฎหมาย)
- ค่าตรวจสัตวแพทย์: 500-1,500 บาท (เอกชน)
- ค่าเดินทางไปสำนักงาน: ขึ้นกับท้องที่

## อย่างไร — Microchip ISO + วัคซีนพิษสุนัขบ้า {#microchip}?

**Microchip ISO 11784/11785 (15 หลัก):**
- บังคับสำหรับ EU/UK/AU/NZ
- แนะนำสำหรับสหรัฐ (ไม่บังคับแต่ช่วยเร่งกระบวนการ)
- ใส่โดยสัตวแพทย์ ค่าใช้จ่าย 500-1,000 บาท
- ต้องใส่ก่อน หรือพร้อมกับวัคซีนพิษสุนัขบ้า

**วัคซีนพิษสุนัขบ้า:**
- ฉีดอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง
- ใช้ได้ 1 ปี (วัคซีน 3 ปีอาจครอบคลุมยาวกว่า)
- บันทึกในบัตรวัคซีนที่มีลายเซ็นสัตวแพทย์ + ตราประทับ
- สำหรับ EU: ต้องตรวจไตเตอร์ FAVN ≥0.5 IU/ml 30 วันหลังวัคซีน

**วัคซีนอื่นที่แนะนำ:**
- Polyvalent (DHPPi/L) สำหรับสุนัข — Distemper, Hepatitis, Parvovirus, Parainfluenza, Leptospirosis
- FVRCP สำหรับแมว — Feline Viral Rhinotracheitis, Calicivirus, Panleukopenia
- Bordetella สำหรับสุนัข — kennel cough
- Leishmaniasis สำหรับสุนัข (เมื่อจุดหมายในยุโรปใต้)

## ทำไม — จุดหมาย EU/UK: TRACES + Echinococcus {#eu-uk}?

ขั้นตอน:

1. **Microchip ISO** ก่อน
2. **วัคซีนพิษสุนัขบ้า** หลัง microchip
3. **รอ 21 วัน** หลังวัคซีน
4. **DLD CVI** พร้อมเอกสารครบ
5. **TRACES endoso** — ระบบ Trade Control and Expert System ของ EU (DLD ทำได้)
6. **สำหรับ UK เฉพาะ:** ตรวจ Echinococcus 1-5 วันก่อนเดินทาง
7. **ตรวจที่สนามบินปลายทาง** (CDG, FRA, AMS, MAD, FCO, LHR, BCN, LIS)

**ประเทศ EU ที่ไม่ต้องการ Echinococcus เพิ่ม:**
- ส่วนใหญ่ของ EU + เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์

**ประเทศที่ต้องการ Echinococcus:**
- สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์, มอลตา, นอร์เวย์

## จุดหมายสหรัฐ: USDA APHIS {#usa}

สหรัฐเป็นจุดหมายที่ง่ายกว่า EU:

1. DLD CVI พร้อม
2. Microchip ISO แนะนำ (ไม่บังคับ)
3. วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ใช้ได้ (>30 วันก่อนเดินทาง, <1 ปี)
4. ตรวจที่สนามบินขาเข้าโดย USDA APHIS (JFK, LAX, MIA, ORD, DFW, IAH, SEA, ATL)
5. สำหรับสัตว์เลี้ยงอายุ <6 เดือน: ตรวจ CDC เพิ่ม

**สายการบิน BKK-USA ที่รับขนส่งสัตว์เลี้ยง:**
- Korean Air (KE) via ICN
- Japan Airlines (JL) via NRT/HND
- ANA (NH) via NRT/HND
- Thai Airways (TG) ขนส่งสินค้าเฉพาะทาง
- China Airlines (CI) via TPE
- Cathay Pacific (CX) via HKG

**ไม่อนุญาตสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารสำหรับเที่ยวบินทรานส์แปซิฟิก:**
ส่วนใหญ่ของเส้นทาง BKK→USA ใช้เครื่อง 777/787 ที่ขนส่งสัตว์เลี้ยงในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น

## จุดหมายญี่ปุ่น: AQS quarantine {#japan}

ญี่ปุ่นมีกระบวนการเฉพาะตัว:

**Animal Quarantine Service (AQS):**
- DLD CVI ต้องผ่านการตรวจสอบของ AQS ก่อน
- ตรวจ FAVN ≥0.5 IU/ml 6 เดือน-12 เดือนก่อนเดินทาง
- รออย่างน้อย 180 วันหลังตรวจไตเตอร์ก่อนเข้าญี่ปุ่น
- แจ้งล่วงหน้า 40 วันถึง AQS ที่จุดผ่านแดน

**จุดผ่านแดน:** สนามบิน Narita (NRT), Haneda (HND), Kansai (KIX), Nagoya (NGO)

**หากเอกสารไม่สมบูรณ์:** กักกันที่ AQS Quarantine Station จำกัดถึง 180 วัน

> ⚠️ ญี่ปุ่นใช้กระบวนการที่เข้มงวด เริ่มเตรียมเอกสารอย่างน้อย 6-7 เดือนก่อนเดินทาง

## จุดหมายออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์: กักกัน {#aunz}

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เข้มงวดที่สุด:

**ออสเตรเลีย:**
- กักกัน 10-30 วันที่ Post Entry Quarantine Facility (Mickleham, Victoria)
- ตรวจ FAVN ≥0.5 IU/ml
- ตรวจสอบโรคหนอนพยาธิ Brucellosis + Leptospirosis + อื่นๆ
- ทำเอกสารผ่าน Department of Agriculture, Fisheries and Forestry (DAFF)
- ค่าใช้จ่ายโดยรวม: AUD 4,000-10,000 (≈90,000-220,000 บาท) รวมกักกัน

**นิวซีแลนด์:**
- กระบวนการคล้ายออสเตรเลียแต่กักกันที่ Auckland Quarantine Facility
- Ministry for Primary Industries (MPI) ออกใบอนุญาต
- ค่าใช้จ่ายโดยรวม: NZD 3,500-8,000 รวมกักกัน

**เวลาเตรียมเอกสาร:** 6-12 เดือนล่วงหน้า — แนะนำใช้บริการตัวแทนเฉพาะทาง (PetAir, Worldwide Animal Travel)

## การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทย {#import}

สำหรับการนำเข้า:

1. **ขอใบอนุญาตนำเข้าจาก DLD** ผ่าน e-Service หรือสำนักงาน DLD (15-30 วันก่อนเดินทาง)
2. **เอกสารที่ต้องการ:**
   - Health Certificate จากประเทศต้นทาง รับรองโดยทางการ
   - บันทึก microchip ISO
   - บันทึกวัคซีนพิษสุนัขบ้า (>21 วันก่อนเดินทาง, <12 เดือน)
   - ตรวจไตเตอร์ FAVN (สำหรับบางประเทศต้นทาง)
3. **ตรวจที่สนามบิน BKK/DMK** ก่อนปล่อย
4. **สำหรับบางประเทศต้นทางที่มีโรคบางอย่าง:**
   - กักกันที่ DLD Quarantine Station (โดยปกติ 30 วัน)
   - ค่าใช้จ่ายกักกัน: 500-1,500 บาท/วัน

**ประเทศที่ไม่ต้องกักกันเมื่อนำเข้าประเทศไทย:**
- EU, UK, สหรัฐ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย (ผ่านการตรวจ)

**ประเทศที่อาจต้องกักกัน:**
- ประเทศที่มีรายงานโรคในสัตว์เลี้ยง ตามที่ DLD ระบุ

## กระเป๋า IATA + นโยบายสายการบิน {#carriers}

| สายการบิน | ห้องโดยสาร | ห้องเก็บสัมภาระ | ค่าใช้จ่าย BKK → CDG |
|---|---|---|---:|
| Thai Airways (TG) | ใช่ ≤7 kg | ใช่ ≤32 kg | 8,000-15,000 บาท |
| Bangkok Airways (PG) | ไม่ | ใช่ (ระยะใกล้) | n/a |
| Singapore Airlines (SQ) | ใช่ ≤7 kg | ใช่ | 6,000-12,000 บาท |
| Qatar Airways (QR) | ใช่ ≤7 kg | ใช่ | 7,000-13,000 บาท |
| Emirates (EK) | ไม่ | ใช่ | 10,000-18,000 บาท |
| Air France (AF) | ใช่ ≤8 kg | ใช่ | 8,000-15,000 บาท |
| KLM (KL) | ใช่ ≤8 kg | ใช่ | 8,000-15,000 บาท |
| AirAsia (FD, AK) | ไม่ | ไม่ | - |
| VietJet Thai (VZ) | ไม่ | ไม่ | - |

**กระเป๋า IATA:**
- ห้องโดยสาร: 43×30×19 cm สูงสุด, ใยแข็งหรือแข็ง, ระบายอากาศ
- ห้องเก็บสัมภาระ: Type II IATA (PP10/20/30 ตามขนาด), แข็ง, ระบายอากาศ 4 ด้าน, สติกเกอร์ "LIVE ANIMAL"
- ขนส่งสินค้า: Type II/III IATA, การตรวจสอบก่อนเดินทาง

## ปฏิทินที่เหมาะสมในการเดินทาง {#calendar}

| เดือน | ความเสี่ยงสำหรับสัตว์เลี้ยง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| มกราคม-มีนาคม | ต่ำ | อากาศเย็นในประเทศไทยและภูมิภาคปลายทาง |
| เมษายน-พฤษภาคม | สูง | อากาศร้อน 40°C ในประเทศไทย — สายการบินอาจบล็อคการขนส่ง |
| มิถุนายน-สิงหาคม | สูง | มรสุม + พายุ + อากาศร้อน |
| กันยายน-ตุลาคม | ต่ำ-กลาง | ปลายมรสุม |
| พฤศจิกายน | ต่ำ | สภาพอากาศคงที่ |
| ธันวาคม | ต่ำในประเทศไทย, สูงในยุโรป/อเมริกาเหนือ | อากาศหนาวมากในจุดหมายปลายทาง |

**เดือนที่ดีที่สุดสำหรับ BKK-EU/USA:** มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม, ตุลาคม, พฤศจิกายน

## คำถามที่พบบ่อย {#faq}

**ฉันต้องการใบอนุญาตอะไรเพื่อพาสัตว์เลี้ยงออกจากประเทศไทย?** ใบอนุญาตหลักคือ **Certificate of Veterinary Inspection for Export (CVI)** จากกรมปศุสัตว์ (DLD - Department of Livestock Development) ในประเทศไทย เป็นเอกสารบังคับ ต้องขอจากสำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด หรือสำนักงานควบคุม กักกัน และตรวจสอบโรคสัตว์ระหว่างประเทศ ภายใน 10 วันก่อนเดินทาง ฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่ายราชการ แต่อาจมีค่าตรวจสัตวแพทย์เพิ่มเติม) นอกจาก CVI ต้องเตรียม: หนังสือเดินทางสัตว์, microchip ISO 11784/11785 (15 หลัก), บัตรวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีอายุ

**สัตว์เลี้ยงของฉันสามารถนั่งในห้องโดยสารพร้อมฉันได้หรือไม่?** ได้ในบางสายการบินและเมื่อน้ำหนักรวมไม่เกิน 7-8 กิโลกรัม (รวมกระเป๋า) Thai Airways (TG) ยอมรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารสำหรับเส้นทางบางเส้น โดยเฉพาะระยะกลาง Bangkok Airways (PG) ไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารแต่อาจขนส่งในห้องเก็บสัมภาระ AirAsia (FD), VietJet Thai (VZ) ไม่รับขนส่งสัตว์เลี้ยง สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ ขนส่งในห้องเก็บสัมภาระแบบมีความดันและความร้อน หรือผ่านบริการขนส่งสินค้าเฉพาะทาง (ต้องจองล่วงหน้า 48-72 ชั่วโมง)

**วัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องฉีดเมื่อไหร่ก่อนเดินทาง?** วัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องฉีดอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง และไม่เกิน 1 ปี (วัคซีน 3 ปีอาจครอบคลุมยาวกว่า) สำหรับ EU/UK ต้อง microchip ก่อน หรือพร้อมวัคซีน — ลำดับสำคัญมาก สำหรับออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ต้องตรวจไตเตอร์ FAVN (≥0.5 IU/ml) อย่างน้อย 30 วันหลังวัคซีน และไม่เกิน 3 เดือนก่อนเดินทาง บางประเทศมี Echinococcus treatment 1-5 วันก่อนเดินทาง (UK, ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์, มอลตา, นอร์เวย์)

**ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางจากประเทศไทยเป็นเท่าไหร่?** ค่าใช้จ่ายโดยรวมขึ้นอยู่กับขนาดของสัตว์เลี้ยงและจุดหมายปลายทาง: ใบอนุญาต DLD/CVI: ฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่ายราชการ แต่ค่าตรวจสัตวแพทย์ 500-1,500 บาท), Microchip ISO: 500-1,000 บาท, วัคซีนพิษสุนัขบ้า: 300-700 บาท, ตรวจ FAVN (สำหรับ AU/NZ/EU บางประเทศ): 2,500-4,500 บาท, กระเป๋า IATA-approved: 1,500-5,000 บาท, ค่าโดยสารสัตว์เลี้ยง: Thai Airways 4,000-15,000 บาท (ขึ้นกับเส้นทาง), เครื่องบินขนส่งสินค้า (สำหรับสัตว์ใหญ่): 25,000-80,000 บาท รวมโดยรวม: 8,000-95,000 บาท

**การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทยจากต่างประเทศต้องทำอย่างไร?** การนำเข้าประเทศไทย: (1) ขอใบอนุญาตนำเข้าจาก DLD ก่อนเดินทาง — ส่งคำขอผ่าน DLD e-Service หรือสำนักงานในประเทศไทย (15-30 วันก่อนวันที่คาดว่าจะมาถึง). (2) สัตว์ต้องมี microchip ISO 11784/11785 + วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีอายุ (>21 วันก่อนเดินทาง, <12 เดือน). (3) Health Certificate จากประเทศต้นทาง (รับรองโดยทางการ). (4) ตรวจไตเตอร์ FAVN ในประเทศต้นทาง — ใช้ได้ถ้ามีจากประเทศที่ DLD ยอมรับ. (5) ยื่นเอกสารที่จุดตรวจสัตว์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) หรือดอนเมือง (DMK). (6) สัตว์เลี้ยงจะถูกตรวจโดยสัตวแพทย์ DLD ที่สนามบินก่อนปล่อย. (7) สำหรับบางประเทศต้นทางที่มีโรคบางอย่าง อาจมีการกักกันที่สถานกักกันสัตว์ — โดยปกติ 30 วัน

**ฤดูไหนเหมาะที่สุดสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางจากประเทศไทย?** ฤดูที่เหมาะสุด: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ (อากาศเย็นในประเทศไทยและภูมิภาคปลายทาง) สายการบินสามารถปฏิเสธการขนส่งสัตว์เลี้ยงในห้องเก็บสัมภาระหากอุณหภูมิที่จุดต่อเครื่อง/ปลายทางเกิน 29°C หรือต่ำกว่า -5°C ฤดูที่ควรหลีกเลี่ยง: เมษายน-พฤษภาคม (อากาศร้อนถึง 40°C ในประเทศไทย), มิถุนายน-สิงหาคม (มรสุม + พายุ), ธันวาคม-มกราคม (อากาศเย็นมากในยุโรปและภาคเหนือของอเมริกา) เพื่อความปลอดภัย เลือกเที่ยวบินตรง (direct) เพื่อลดความเสี่ยง

## แหล่งข้อมูลทางการ {#sources}

- [กรมปศุสัตว์ (DLD)](https://www.dld.go.th/) — สำนักควบคุมและกักกันโรคสัตว์ระหว่างประเทศ
- [USDA APHIS Pet Travel](https://www.aphis.usda.gov/aphis/pet-travel)
- [EU TRACES](https://webgate.ec.europa.eu/sanco/traces/) — สำหรับ EU import
- [UK Pet Travel Scheme](https://www.gov.uk/take-pet-abroad)
- [Japan Animal Quarantine Service (AQS)](https://www.maff.go.jp/aqs/english/)
- [Australia DAFF — Bringing pets](https://www.agriculture.gov.au/biosecurity-trade/cats-dogs)
- [New Zealand MPI — Importing pets](https://www.mpi.govt.nz/import/cats-and-dogs/)
- [IATA Live Animals Regulations (LAR)](https://www.iata.org/en/programs/cargo/live-animals/)
- กรมการขนส่งทางอากาศ ([caat.or.th](https://www.caat.or.th/))
